ธรรมนิยาย ชุด ท่องนรกกับพระมาลัย

โดยคุณสนธิชัย ทวีโชคทรัพย์สิน ชุดนี้มีทั้งสิ้น 4 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่าน ท่องนรกกับพระมาลัย ในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

 ท่องนรกกับพระมาลัย

  

 

ท่องนรกกับพระมาลัย  ตอนที่ 2 

พระมาลัยเยี่ยมแดนปิศาจ (เปรต)
วันหนึ่ง หลังจากที่กลับจากทัศนาจรเมืองนรกได้ไม่นาน พระมาลัยเถระ นึกอยากจะไปเยี่ยมแดนปิศาจดูบ้าง บางทีอาจจะได้ข่าวคราวอะไรดีๆ มาฝากชาวบ้านชาวเมืองดังที่เคย ดังนั้น เมื่อกลับจากบิณฑบาต และฉันอาหารเช้าเสร็จแล้ว พระคุณเจ้าก็เข้าจตุตฌาน อธิษฐานจิต เหาะตรงไปยังแดนปิศาจ ซึ่งอยู่กลางป่าหิมพานต์ แดนชมพูทวีป นั่นเอง
และเพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว พระคุณเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ก็พาร่างมายืนอยู่หน้าวิมานแก้วผลึก ซึ่งตั้งตระหง่าน อยู่ตรงกลางสระโบกขรณีอันกว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยดอกบัวชูช่อไสว เป็นที่น่าเพลิดเพลินเจริญใจยิ่งนัก

"มีใครอยู่บ้างไหม?" พระเถระส่งเสียงร้องเรียก พอดีประตูวิมานเปิดออก พร้อมกับใบหน้าอันเกรอะกรังไปด้วยน้ำเหลือง ไม่ต่างอะไรกับซากศพที่โผล่ขึ้นจากโลง ยื่นออกมา และทันทีที่เจ้าของใบหน้าอันน่าขยะแขยงนั้น เห็นชายผ้าเหลืองปลิวไสว มันรีบทรุดกายลงนั่ง พร้อมกับกุลีกุจอยกมือไหว้ท่วมหัว

"อ๋อ! พระคุณเจ้านั่นเอง ต้องการพบใครหรือขอรับ?"

"ท่านมหิทธิกะอยู่ไหม?" พระเถระหมายถึงปิศาจผู้มีฤทธิ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าของบรรดาปิศาจร้าย และไม่ร้ายทั้งมวล "ถ้าอยู่ช่วยบอกด้วยว่า เราคือพระมาลัย อยากจะพบสนทนาด้วยสักครู่"

"พระคุณเจ้ามาลัย?" เจ้าปิศาจตนนั้นทวนคำอย่างตื่นเต้น "โอ! พระคุณเจ้าอุตส่าห์มาถึงที่นี่"

"เจ้ารู้จักเราด้วยหรือ?" พระมาลัยย้อนถาม

"รู้จักซีขอรับ รู้จักชื่อพระคุณเจ้า" มันตอบเสียงมิวายตื่นเต้นดีใจ "พระคุณเจ้าที่มีเมตตาเที่ยวโปรดสัตว์นรก ผู้ตกยากทั้งหลายอยู่เสมอ จนชื่อเสียงลือกระฉ่อนทั่วไปยังไงขอรับ อย่าว่าแต่ข้าพเจ้าตนเดียวเลย แม้แต่ปิศาจทุกตนในเมืองนี้ ก็ล้วนแต่รู้จักพระคุณเจ้าทั้งนั้น เพราะบางตนและหลายตนเคยพบพระคุณเจ้า ได้รับความเมตตาจากพระคุณเจ้า เมื่อครั้งยังเสวยทุกข์ทรมาณอยู่ในนรกด้วยขอรับ"

"งั้นผู้ที่อยู่เมืองนี้ ส่วนมากก็มาจากนรกกันทั้งนั้นนะซี?"

"ถูกแล้วขอรับ พระคุณเจ้า มีส่วนน้อยที่ไม่ได้ผ่านนรกมา พอตายจากมนุษย์มาเกิดเป็นปิศาจอยู่ที่นี่เลย"

"แล้วเจ้าล่ะ ผ่านนรกมาแล้วหรือเปล่า?"

"เปล่าขอรับ ข้าพเจ้ามาจากมนุษย์เลยทีเดียว"

"เจ้ามีบาปกรรมอะไรหรือ ถึงต้องมาเป็นปิศาจอยู่ที่นี่"

เจ้าปิศาจหันไปมองซ้ายมองขวาอยู่นิดหนึ่ง คล้ายระแวงว่า จะมีใครมาแอบฟังเรื่องราวอันแสนชั่วของมัน แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเศร้าว่า

"ข้าแต่พระคุณเจ้า ข้าพเจ้านี้เมื่อเป็นมนุษย์ เป็นคนเห็นแก่ได้ ยังไงก็ช่าง ขอให้ได้มาเป็นเอาทั้งนั้น ถูกผิดชั่วดีไม่คำนึงถึง"

"แล้วเจ้าไปได้อะไรมาล่ะ? เล่าให้ละเอียดซิ"

"ก่อนนี้ข้าพเจ้าเป็นคนเดินขายน้ำหอม แรกๆ ก็เอาน้ำหมอชนิดดีขนานแท้ไปขาย ปรากฏว่าขายดีมาก จนข้าพเจ้าร่ำรวย มีเงินทองขึ้นในชั่วระยะเวลาไม่กี่มากน้อย จากนั้นข้าพเจ้าเกิดความคิดขึ้นมาว่า ทางที่ดีถ้าเอาน้ำหอมปลอมไปขาย โดยโกหกว่าเป็นของจริง เราคงจะได้เงินมากกว่านี้ ดังนั้นจึงเอาน้ำหอมปลอมไปขายตามที่คิด ปรากฏว่าขายดิบขายดี จนนับเงินไม่ทัน ข้าพเจ้าร่ำรวยขึ้น อีกเท่าตัว แต่คนที่ซื้อน้ำหอมปลอมไปใช้นะซิแย่ พอเอาน้ำหอมทาที่ไหน ก็เกิดพุพองขึ้นที่นั่น ทั้งหน้าตา เนื้อตัวของเขา เน่าเฟะไปหมด เพราะน้ำหอมปลอมของข้าพเจ้านั่นเอง และเพราะบาปกรรมอันนี้ ข้าพเจ้าตายลง จึงมาเกิดเป็นปิศาจ เนื้อตัวหน้าตาเน่าเฟะไปหมด ตลอดเวลาข้าพเจ้ากินอาหารอย่างอื่นไม่ได้ ต้องดูดน้ำเหลืองจากแผลของตัวเอง กินเป็นอาหาร แสนลำบากทรมาณเหลือเกินพระคุณเจ้า ไม่ควรเลย-ไม่ควรที่ข้าพเจ้าจะทำชั่วช้าให้ตัวเองต้องลำบากลำบนเช่นนี้"

"คงอีกไม่นานดอกกระมัง?" พระมาลัยตอบ "ตั้งหน้าตั้งตาและตั้งจิตใจมั่นอยู่ในความดีเข้าเถอะ ไม่ช้าเจ้าก็จะพ้นทุกข์หรอก"

พอดีขณะที่พระมาลัยพูดจบนั่นเอง ก็ปรากฏมีงูเหลือมใหญ่ตัวหนึ่ง หัวเท่าขันตักน้ำขนาดใหญ่ โผล่ขึ้นมาจากสระ ตรงเบื้องหน้าที่พระเถระยืนอยู่ เจ้าปิศาจเห็นเข้าก็บอกเสียงลั่นว่า

"เฮ้ย! อ้ายเหลือม นี่พระมาลัยผู้เป็นเจ้าของพวกเรา เอ็งมาไหว้ท่านเสีย"

"อ๋อ! เจ้าหรอกหรือ?" พระเถระหันมาพอดี มันหยุดชะงัก ขดตัวเข้า แล้วผงกหัวเป็นเชิงแสดงความเคารพ

"เจ้าเคยเป็นมนุษย์เดินเหินไปไหนด้วยเท้าอย่างสบาย แต่บัดนี้มาเดินด้วยอก คงลำบากมากซีนะ"

"ลำบากแสนสาหัส ประคุณเอ๋ย" อ้ายเหลือมตอบ "แต่ทำยังไงได้ มีกรรมก็จำต้องทนอย่างนี้แหล พระคุณเจ้า"

"เจ้าทำบาปกรรมอะไรนักหนาหรือ? บอกเราหน่อยได้ไหม"

"ได้ขอรับ เมื่อก่อนตอนที่ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าเป็นเศรษฐีมีเงินทองมากมาย แต่หาได้ใช้เงินนั้นให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นแต่อย่างไรไม่ ได้มาเท่าไรมีอยู่เท่าไร เก็บฝังดินไว้จนหมดสิ้น ในที่สุด เมื่อชีวิตสิ้นลง ก็ต้องมาเกิดเป็นงูเหลือม เฝ้าทรัพย์ ไม่ได้กินอะไรเช่นนี้ พระคุณเจ้าโปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถอะ ช่วยให้ข้าพเจ้าพ้นกรรมด้วยขอรับ"

"จะให้เราช่วยยังไงเล่า?"

"ไม่ยากขอรับ เมื่อพระคุณเจ้ากลับไปเมืองมนุษย์แล้ว ขอได้โปรดบอกกับญาติชื่อนั้นของข้าพเจ้า ได้มาขุดเอาทรัพย์ ซึ่งฝังอยู่ในถ้ำโน้นไปทำบุญทำทาน แล้วอุทิศส่วนกุศลมาให้ข้าพเจ้าด้วย แค่นี้ ข้าพเจ้าก็จะพ้นทุกข์ทรมาณแล้ว"

"เอาละถ้างั้นเราจะบอกให้" พระเถระรับคำ

"เป็นบุญวาสนาของข้าพเจ้าอย่างยิ่งทีเดียวขอรับ" อ้ายงูเหลือมพูดขึ้นอย่างดีใจ พลางผงกหัวแสดงความเคารพอีกครั้งหนึ่ง "ข้าพเจ้าลาพระคุณเจ้าละ ยังไงได้โปรดข้าพเจ้าให้ได้นะขอรับ"

ว่าแล้วมันก็หันหลังกลับ พุ่งตัวลงน้ำเสียงดังโครมใหญ่และไม่ช้าก็ลับหายไปในกอบัว

ไม่ทราบว่าเป็นการบังเอิญหรืออย่างไรก็สุดจะเดา ทันทีที่อ้ายงูเหลือมหายลงไปในสระ ร่างสูงโย่งเท่าต้นตาลของปิศาจตนหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นทางเบื้องซ้ายพระเถระ พร้อมด้วยคออันแสนยาว ไม่ต่างกับคอนกกระยาง มันยื่นตาและจมูกอันกลวงโบ๋ และลิ้นอันยาวเกือบวา พุ่งตรงมายังท่าน พลางจะตระหวัดร่างท่านเข้าไปในปากอันกว้างของมันอย่างกระเหี้ยนกระหาย แต่ทว่าพอปลายลิ้นปะทะกับผ้าเหลืองเข้าไปนิด ก็ต้องหดกลับพร้อมกับส่งเสียงร้องโอดโอยลั่น ยังกะถูกไฟลวกกระนั้นแหละ

"โอย! ตายแล้ว ร้อนเหลือเกิน"

"ฮะ ฮะ สมน้ำหน้าแล้ว" เจ้าปิศาจหัวเราะเยาะ "เอ็งมันตะกละ เห็นใครก็จะกินตะบันราด ถึงเจอดีเข้าอย่างนี้ นี่พระคุณเจ้าพระมาลัย เอ็งรู้จักไหม?"

"ขะ...ข้าไม่รู้" เจ้าปิศาจลิ้นยาวตอบเสียงตะกุกตะกัก เพราะความปวดแสบปวดร้อน ยังรวดร้าวอยู่ที่ปลายลิ้น "ข้าขอโทษด้วย"

"นั่งลงซี อ้ายเวร" เจ้าปิศาจตะคอก "ขอโทษเปล่าๆได้หรือ? นั่งลงกราบพระคุณเจ้าเสีย เร็วเข้า"

"จ๊ะ ข้าจะนั่งลงกราบท่านเดี๋ยวนี้" มันตอบพร้อมกับพาร่างอันสูงโย่งของมัน ทรุดลงนั่งพับเพียบแต้ และยกมือไหว้พระเถระประหลกๆ "ข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะ พระคุณเจ้า"

พระมาลัยมองเจ้าปิศาจลิ้นยาว อย่างสมเพทเวทนา พลางพูดว่า

"เราไม่ถือโทษโกรธเจ้าหรอก นั่งตามสบายเถอะ ร่างเจ้าสูงโย่งแถมยังคอยาวลิ้นยาวเช่นนี้ ขืนนั่งเรียบร้อย มีหวังลำบากทรมาณหนักแน่ จริงไหมล่ะ?"

"จริงขอรับ พระคุณเจ้า แต่จะทำยังไงได้ขอรับ ข้ามีกรรม กำอย่างไม่ยอมแบเลย พระคุณเจ้าได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ"

"จะให้เราช่วยได้ยังไงเล่า ในเมื่อเรายังไม่ทราบเลยว่า เจ้าทำบาปกรรมอะไรไว้ และพอจะแก้ไขหรือช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้หรือไม่อย่างไร?"

"ข้ากำลังจะเล่าถวายพระคุณเจ้าเดี๋ยวนี้" "ที่ข้ามาตกระกำลำบายอยู่เช่นนี้ เพราะเมื่อข้าเป็นมนุษย์ ข้าเป็นคนจรวัด ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ได้แต่เที่ยวนอนตามศาลาวัด พอทายกทายิกามาทำบุญทำทาน และจัดอาหารเตรียมถวายพระที่ศาลานั้น ข้าก็คอยจ้องจังหวะที่เขาเผลอ แอบขโมย ของคาวหวานเขากิน ก่อนที่จะได้ถวายพระ ครั้นพวกเขาหันมาเห็นเข้า ต่างก็โมโหโกรธอย่างหนัก คว้าไม้ไล่ตีข้า จนหัวร้างข้างแตก และตายคาที่ ข้าเลยมาเกิดเป็นปิศาจตัวยาว ลิ้นยาวคอยเขมือบอะไรต่อมิอะไรกินเข้าไปอยู่เ