ชมดอกไม้เคล้าเสียงกวี

posted on 19 Jan 2008 20:12 by bannpeeploy in buddhism

  บทกวีประกอบดนตรีไทย   

   บทที่ 1  ผีเสื้อและดอกไม้..   

  โดย ท่านจันทร์ และ คุณหมอวิสุทธิ์ ค่ะ 

  สวัสดีวันอาทิตย์หรรษาค่ะ  วันนี้พลอยจ๋านำบทกวีของท่านจันทร์และคุณหมอวิสุทธิ์ ชุด บทกวีประกอบดนตรีไทย  มาเปิดให้เพื่อนๆ ฟังเพื่อเป็นคติและสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตค่ะ  สำหรับเพื่อนๆ ผู้ที่กำลังเบื่อๆ กับชีวิตที่ยุ่งเหยิง ต้องเร่งรีบต้องแข่งขัน ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะรอไม่ได้ช้าไม่ได้น่ะนะคะ  ลองทำใจสบายๆ หาที่นั่งลมเย็มแล้วลองฟังเสียงบทกลอนประกอบดนตรีไทยจากท่านจันทร์ดูนะค่ะ  บางทีชีวิตที่ยุ่งๆและเร่งรีบอาจจะลดความเร็ว ช้าลงได้โดยเริ่มต้นจากใจเราเองนะค่ะ ..โชคดีมีความสุข ธรรมะรักษา สวัสดีวันอาทิตย์หรรษาค่ะทุกคน..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมู่ผีเสื้อบินทักอยู่กวักไกว่

ท่ามกลางมวลดอกไม้หลายหลากสี

ผีเสื้อสวยดอกไม้บานสานชีวี

ต่างไมตรียิ้มรับให้กับกัน

............

พืชและสัตว์อุบัติมาในหล้าโลก

เพื่อดับโศกคลายทุกข์สร้างสุขสันต์

เพื่อเพิ่มพูนส่วนลบให้ครบครัน

เพื่อแบ่งปันความอบุ่นสุนทรีย์

............

แม้พืชสัตว์นิดน้อยดูด้อยค่า

ยังประดับโลกาสง่าศรี

มนุษย์โลกใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งมี

พึ่งประดับความดีในแผ่นดิน

..........

ให้โลกสดงดงามด้วยความรัก

แจ้งประจักษ์ในอารมณ์สมถวิล

เป็นหมู่มวลบุปผาไร้ราคิน

เป็นผีเสื้อโบยบินด้วยยินดี

 

หมู่ผีเสื้อบินทักอยู่กวักไกว่

ท่ามกลางมวลดอกไม้หลายหลากสี

ผีเสื้อสวยดอกไม้บ้านสานชีวี

นี่แหละคือสุนทรีย์แห่งชีวิน

..........

ดอกไม้ถามผีเสื้อสวยด้วยคำว่า

ฉไหนเจ้าหรรษาไม่รู้สิ้น

ฉไหนเจ้าบากบั่นไม่รู้สิ้น

ฉไหนเจ้าโสภินสุภาพรรณ

..........

ผีเสื้อสวยตอบก็เพราะท่านนั้นแหละหนา

ช่วยให้ข้าล้ำเลิศงามเฉิดฉันท์

ทุกสิ่งอย่างที่ข้ามีในชีวัน

เป็นส่วนซึ่งแบ่งปันจากท่านมา

..........

เพราะท่านออกดอกบานคระการกลิ่น

ข้าจึงบินมาชมสมหรรษา

เพราะท่านออกดอกบานงามตระการตา

ข้าจึงหมั่นขยันมาทุกคราไป

.........

ที่ตัวข้าโสภินโบยบินเก่ง

เพราะตัวท่านบานเบ่งสวยสดใส

ที่ตัวข้าโสภาอ้าอำไพ

เพราะอยู่ใกล้ตัวท่านนั้นแหละนา

..........

เสียงถามตอบจบลง ณ ตรงนี้

ฉันเห็นชัดถนัดถนี่ทุกทีท่า

เห็นผีเสื้อกับดอกไม้สบสายตา

ด้วยภาดาดรภาพซาบซึ้งเอย..

 

อดีตกาลผ่านผันถึงวันนี้

ประสบการณ์มากมีหลายปีผ่าน

เราเจ็บปวดรวดร้าวมายาวนาน

เราสุขล้ำสำราษมานานยาว

..........

เมื่อเจ็บปวดรวดร้าวทุกคราวครั้ง

อย่าผิดหวังอาวรณ์จิตร้อนหนาว

เจ็บต้องจำอย่าซ้ำซากมากเรื่องราว

อย่าเจ็บปวดรวดร้าวไม่ลดลา

..........

ในชีวิตผิดพลาดมีบาดแผล

เพื่อเท่าทันทุกข์แท้แก้รักษา

มีบาดแผลพิษภัยแล้วใส่ยา

ด้วยปล่อยวางในชีวาทุกคราคราว

..........

เมื่อบาดเจ็บก็จงอ่านอาการเจ็บ

เมื่อหนาวเหน็บก็จงอ่านอาการหนาว

อย่าอึดอัดขัดเคืองทุกเรืองราว

อย่าให้ทุกข์พบพราวยืนยันยาว

..........

เมื่อความทุกข์กระแทกกระทั่นเท่าทันทุกข์

อย่าขังคุกความคิดด้วยผิดหวัง

อย่าเศร้าโศกหว้าเหว่โซเซซัง

อย่าจริงจังกับความทุกข์เจ่าจุกใจ

..........

ทุกเรื่องราวลีลาปัญหาชีวิต

จงทำจิตคงหมั่นอย่าหวั่นไหว

โลกธรรมขึ้นลงคงอะไร

จงทำใจเรียนโลกอย่าโศกเลย..

 

ปํญญาแยบยลรู้ต้นเหตุ

รู้การเกิดของกิเลสวิเศษศรี

รู้อ่านตนอ่านตัวอ่านชั่วดี

ใช้ชีวทุกคืนวันด้วยปัญญา

...........

สัจจะจริงใจไม่จับจด

ตามกำหนดหนักแน่นดุจแผ่นผา

เที่ยงแท้แน่ชัดในสัจจา

ตามปัญญาแยบยลของตนเอง

...........

จาคะละนานคลายกิเลส

ทุกเสี้ยวเศษอนุสัยคนใจเคร่ง

สละดีสละชั่วไม่กลัวเกรง

รู้สละตนเองไม่เกรงกลัว

..........

แล้วจะถึงซึ่งนิยามของความสงบ

ซึ่งหลีกหลบพ้นนิยามของความชั่ว

ซึ่งเหนือเหตุเหนือผลเหนือตนกลัว

เพราะถ้วนทั่วเชี่ยวชาญอธิษฐานธรรม

 

ฉันใช่อยู่โดดเดี่ยวคนเดียวดอก

มีสายหมอกโอบเสมือนเป็นเพื่อนฉัน

มีสายลมพรมชื่นทุกคืนวัน

มีสายน้ำฉ่ำสัมพันธ์ทุกคืนวัน

............

มีสายตามองดูจากหมู่ไม้

เป็นสายใยงามงดสุขสดชื่น

มีสายธรรมชาติชมอยู่กลมกลืน

มีอื่นๆอีกมากมายสายสัมพันธ์

...........

ในยามเช้าธรรมชาติอากาศสด

น้ำค้างหยดยามเย็นเหมือนเป็นสวรรค์

มีควันฟืนมวลหมอกหยอกเย้ากัน

เพื่อ